โครงการ บุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ของเล่น
ที่มา/สภาพปัญหาบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน
จากการสังเกตสถานการณ์การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา พบว่ามีนักเรียนบางกลุ่ม
โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ยังขาดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า มัก
ถูกชักชวนจากเพื่อนภายในห้องเรียน และจากเพื่อนต่างห้องให้ลองสูบบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่าย ด้วยความไม่รู้และ
อยากรู้อยากลอง จึงทําให้นักเรียนบางคนเริ่มสูบตามเพื่อนและเกิดการเสพติดในที่สุด นอกจากนี้ ยังพบ
พฤติกรรมการซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้าเกิดขึ้นภายในบริเวณโรงเรียน ทั้งในห้องเรียนและออนไลน์โดยมีการนัดรับ
สินค้าและนัดหมายกันเพื่อสูบภายในโรงเรียน และภายในหอพัก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักพบพฤติกรรมดังกล่าว
บ่อยครั้ง อีกทั้ง ยังมีการเปิดช่องทางลับ เช่น “แอดหลุม” หรือเพจเฉพาะที่ใช้สําหรับการซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้า
และการนัดรับสินค้าโดยเฉพาะ ซึ่งบางครั้งพบว่ามีการรับของจากบุคคลภายนอกสถานศึกษา หรือติดต่อซื้อ
จากร้านค้าที่ขายส่งบุหรี่ไฟฟ้ามาจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งในพื้นที่และจากต่างจังหวัด ปัจจุบันพบว่านักเรียนอายุ
ระหว่าง 13–15 ปี เริ่มเข้าสู่วงจรการใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น โดยเฉพาะในรูปแบบการชักชวนจากเพื่อน หรือการ
เห็นว่าเป็นเรื่อง "เท่" และ "ท้าทาย" โดยที่ขาดความรู้ความเข้าใจถึงอันตรายที่แท้จริง เด็กวัยนี้มักได้รับข้อมูล
จากโซเชียลมีเดียที่บิดเบือน เช่น การกล่าวอ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้า “ปลอดภัยกว่า” หรือ “ไม่อันตราย” ทั้งที่ความ
จริงแล้วมีผลเสียร้ายแรงต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ด้วยวัยที่มีความอยากรู้อยากลองสูงจึงความ
จําเป็นที่ต้องแก้ปัญหาเรื่องนี้และนําไปบูรณาการกับกิจกรรมที่มีอยู่ในโรงเรียน
แรงบันดาลใจหรือเครื่องมือสื่อที่ใช้ในการสื่อสารหรือจัดกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดนวัตกรรมลดปัจจัยเสี่ยง
เยาวชนคือกลุ่มเป้าหมายหลักของตลาดบุหรี่ไฟฟ้า เพราะเป็นวัยที่อยากรู้อยากลอง และยังไม่มี
ภูมิคุ้มกันทางข้อมูล หากไม่รีบสร้างการตระหนักรู้ตั้งแต่ต้น จะทําให้พวกเขาตกเป็นเหยื่อได้ง่ายและเสพติดใน
ระยะยาวได้
แบบเสนอโครงการ (ส.5) / ปรับปรุง พ.ศ.2568
สนับสนุนโดย สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.. I 5
3. วัตถุประสงค์(ระบุวัตถุประสงค์ของโครงการที่แสดงให้เห็นว่า โครงการที่จัดทําจะสามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อ
ตัวเองและกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร ซึ่งวัตถุประสงค์นี้จะต้อง เฉพาะเจาะจง วัดได้ แสดงโอกาสที่จะเกิดผลสําเร็จ สอดคล้องกับ
หลักการและเหตุผล)
1) เพื่อสร้างความรอบรู้ให้เกิดการรู้เท่าทันและตระหนักถึงปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนและชุมชนรอบ
โรงเรียน
2) เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมสู่แคมเปญโตไปไม่สูบผ่านนวัตกรรมขับเคลื่อนสังคมป้องกันนักสูบหน้าใหม่
3) เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล
4) เพื่อบูรณาการกิจกรรมร่วมกับโรงเรียนในการสื่อสารสังคมลดปัจจัยเสี่ยงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
วีดีโอ
ไม่สามารถแสดงวิดีโอได้ โปรดตรวจสอบลิงก์ YouTube
รูปภาพ