คาราวานโตไปไม่สูบ โรงเรียนสตรีพัทลุง
เครือข่าย “โตไปไม่สูบ” ลงพื้นที่ติดตามกิจกรรม โรงเรียนสตรีพัทลุง จังหวัดพัทลุง หนุนพลังเยาวชน สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด รู้เท่าทันภัยบุหรี่ไฟฟ้า วันที่ 17 ธันวาคม 2568
บทนำ : บุหรี่ไฟฟ้า ภัยเงียบที่ท้าทายระบบการป้องกันในสถานศึกษา
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สถานการณ์การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการเข้าถึงที่ง่าย ราคาที่ไม่สูง และการสื่อสารทางการตลาดที่แฝงภาพลักษณ์ความ “ทันสมัย เท่ และปลอดภัย” ซึ่งส่งผลให้เด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า และนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาว
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ ภูมิคุ้มกันเด็กไทยไม่ตกเป็นเหยื่อบุหรี่ไฟฟ้า โตไปไม่สูบ” เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะชีวิต และภูมิคุ้มกันทางความคิดให้แก่เด็กและเยาวชน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับช่วงวัย และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ หนึ่งในกลไกสำคัญของโครงการ คือ การลงพื้นที่ติดตามและหนุนเสริมการดำเนินงานในสถานศึกษาเพื่อให้กิจกรรมรณรงค์ด้านสุขภาวะสามารถดำเนินไปอย่างมีคุณภาพ เกิดการเรียนรู้จริง และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเชิงระบบในระยะยาว
Who : ภาคีเครือข่ายผู้ร่วมขับเคลื่อนงานในพื้นที่
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 โครงการ ภูมิคุ้มกันเด็กไทยไม่ตกเป็นเหยื่อบุหรี่ไฟฟ้า โตไปไม่สูบ ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินกิจกรรม ณ โรงเรียนสตรีพัทลุง จังหวัดพัทลุง โดยมีภาคีเครือข่ายสำคัญร่วมขับเคลื่อนงาน ได้แก่
1. ทีมกลางโครงการโตไปไม่สูบ ทำหน้าที่ติดตาม หนุนเสริม และสะท้อนผลการดำเนินงาน
2. ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนสตรีพัทลุง ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรม
3. เครือข่ายโตไปไม่สูบในพื้นที่ ร่วมวางแผนและจัดกิจกรรม
สภานักเรียนและกลุ่มเยาวชนจิตอาสา ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนกิจกรรมในระดับนักเรียน การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนสะท้อนแนวคิดสำคัญของ สสส. ที่มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการเสริมพลังให้พื้นที่สามารถจัดการปัญหาสุขภาวะได้ด้วยตนเอง
What : ลักษณะกิจกรรมและการดำเนินงานในโรงเรียน
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามและหนุนเสริมการจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงมีส่วนร่วม (Participatory Learning) เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน กิจกรรมที่จัดขึ้นมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการมีบทบาทเป็นผู้สื่อสารประเด็นสุขภาวะด้วยตนเอง รูปแบบกิจกรรมถูกออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา โดยเน้น
การสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า
1. การเปิดพื้นที่ให้ตั้งคำถามและวิพากษ์ค่านิยมที่บิดเบือน
2. การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล
กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงมุ่งหวังให้เด็กและเยาวชน รู้โทษของบุหรี่ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นให้ตระหนัก เห็นคุณค่า และเลือกปฏิเสธ พฤติกรรมเสี่ยงด้วยความสมัครใจ
Where : โรงเรียนสตรีพัทลุง พื้นที่ปฏิบัติการสร้างเสริมสุขภาวะ
โรงเรียนสตรีพัทลุง จังหวัดพัทลุง เป็นสถานศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักเรียนหญิงอย่างรอบด้าน ทั้งด้านวิชาการ คุณธรรม และการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ การเลือกโรงเรียนเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของโครงการโตไปไม่สูบ ช่วยให้กิจกรรมด้านสุขภาวะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง และเกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงจากนักเรียนและครู การจัดกิจกรรมภายในโรงเรียน ยังเอื้อต่อการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ปลอดภัย เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนกล้าแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
When : ช่วงเวลาการลงพื้นที่ติดตาม
การดำเนินกิจกรรมและการลงพื้นที่ติดตามของทีมกลางโครงการ จัดขึ้นในวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ตามแผนการติดตามผลการดำเนินงานของโครงการโตไปไม่สูบ เพื่อประเมินความก้าวหน้า และหนุนเสริมการทำงานของพื้นที่ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ
Why : ความสำคัญของการติดตามและหนุนเสริมในสถานศึกษา
การลงพื้นที่ติดตามกิจกรรมในครั้งนี้ มีความสำคัญในหลายมิติ โดยเฉพาะในบริบทที่บุหรี่ไฟฟ้ากลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใกล้ตัวเด็กและเยาวชนมากขึ้น โครงการโตไปไม่สูบจึงให้ความสำคัญกับการสร้าง **ภูมิคุ้มกันทางความคิด** ควบคู่กับการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
การติดตามของทีมกลางช่วยให้
- กิจกรรมดำเนินไปตามกรอบแนวคิดและเป้าหมายของ สสส.
- พื้นที่ได้รับการหนุนเสริมด้านกระบวนการและองค์ความรู้
- เกิดการสะท้อนผลการเรียนรู้เพื่อนำไปพัฒนาการดำเนินงานในระยะต่อไป
นอกจากนี้ การลงพื้นที่ยังช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายในโรงเรียน และกระตุ้นให้เยาวชนเห็นความสำคัญของบทบาทตนเองในการป้องกันปัญหาสุขภาวะ
How: กระบวนการดำเนินงานตามหลักการของ สสส. และการลงพื้นที่ของทีมกลาง
การดำเนินงานติดตามในครั้งนี้ ใช้แนวทางการทำงานของ สสส. ที่เน้นการมีส่วนร่วม การเสริมพลัง และการเรียนรู้ร่วมกัน ทีมกลางโครงการลงพื้นที่ติดตามกระบวนการจัดกิจกรรมอย่างใกล้ชิด โดยสังเกตบทบาทของนักเรียนในฐานะผู้ร่วมจัดกิจกรรมและผู้เรียนรู้ พร้อมทั้งติดตามการใช้สื่อและกิจกรรมสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารประเด็นบุหรี่ไฟฟ้า ทีมงานยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการกิจกรรมเข้ากับบริบทการเรียนรู้ของโรงเรียน เพื่อไม่ให้กิจกรรมสุขภาวะเป็นเพียงกิจกรรมเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนานักเรียนอย่างรอบด้าน ภายหลังการดำเนินกิจกรรม ได้เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนและสะท้อนผลการเรียนรู้ร่วมกับครูและเยาวชน เพื่อรวบรวมข้อค้นพบ จุดเด่น และข้อเสนอแนะสำหรับการพัฒนาการดำเนินงานในอนาคต
ผลลัพธ์เบื้องต้นจากการลงพื้นที่ติดตาม
จากการติดตามการดำเนินกิจกรรม พบว่า นักเรียนมีความสนใจและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น
เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโทษและผลกระทบของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเปิดกว้าง นักเรียนบางส่วนเริ่มแสดงบทบาทเป็นแกนนำในการสื่อสารประเด็นสุขภาวะกับเพื่อนนักเรียน ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนในการเป็นพลังสำคัญในการป้องกันปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา
บทเรียนรู้และข้อเสนอแนะ
การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า การใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงมีส่วนร่วม และการลงพื้นที่หนุนเสริมของทีมกลาง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การรณรงค์ด้านสุขภาวะเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โรงเรียนสามารถนำบทเรียนที่ได้ไปปรับใช้กับกิจกรรมอื่น ๆ และต่อยอดสู่การสร้างสภาพแวดล้อมโรงเรียนปลอดบุหรี่ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน
สรุป
การลงพื้นที่ติดตามกิจกรรมโครงการ โตไปไม่สูบ ณ โรงเรียนสตรีพัทลุง จังหวัดพัทลุง เป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ผ่านความร่วมมือของโรงเรียน เครือข่าย และเยาวชน การดำเนินงานครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความรู้เกี่ยวกับโทษของบุหรี่ไฟฟ้า แต่ยังเสริมสร้างทักษะชีวิตและพลังการมีส่วนร่วมของเยาวชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมไทยให้มีคุณภาพและยั่งยืนตามเป้าหมายของ สสส.
รูปภาพ